Boons ในเกม Hades: ปั้นบิลด์ให้เป็น แล้วนรกจะดูใจดีขึ้นทันที

Browse By

Boons ในเกม Hades คือหัวใจของความ “รันนี้เทพ รันหน้าเท” แบบที่ทำให้คนเล่นติดงอมแงม เพราะต่อให้คุณใช้อาวุธเดิม หลบเก่งเท่าเดิม แต่ถ้า Boons เปลี่ยน—เกมจะเปลี่ยนไปเลยทันที ตั้งแต่สายตีรัวฟ้าผ่า สายคริตหัวใจเต้นแรง สายผลักกระเด็นชนกำแพง สายติดสถานะละลายเลือด ไปจนถึงสายปลอดภัยแบบ “พลาดได้บ้าง แต่อย่าพัง” และถ้าคุณเป็นสายสลับอารมณ์จากเกมไปหาความบันเทิงแนวอื่นบ้าง ก็แวะ ยูฟ่าเบท ไว้เป็นตัวเลือกแบบเบา ๆ ได้เหมือนกัน (แต่เดี๋ยวค่อยกลับมาหนีออกนรกต่อ—ซากรีอุสเขารอเราอยู่)


ทำความเข้าใจก่อน: Boon ไม่ใช่ “ของสุ่ม” แต่เป็น “ระบบออกแบบบิลด์”

หลายคนเริ่ม Hades แล้วคิดว่า Boons คือของที่เจออะไรก็หยิบ ๆ ไปก่อน เดี๋ยวค่อยว่ากัน ผลคือรันนั้นจะกลายเป็น “ซุปเปอร์มาร์เก็ตบูน” มีทุกอย่างแต่มันไม่เข้ากันสักอย่าง—ดาเมจไม่ชัด เอาตัวรอดไม่ชัด คอมโบไม่ชัด สุดท้ายตายแบบงง ๆ แล้วโทษดวง

แต่จริง ๆ Boons ในเกม Hades ถูกออกแบบให้คุณ “วางโครง” แล้วค่อย “เติมของให้เข้าที่” เหมือนทำครัว: ไม่ใช่หยิบเครื่องปรุงทุกอย่างลงหม้อแล้วหวังว่าจะอร่อย แต่เริ่มจากเลือกเมนูก่อน แล้วเติมให้มันไปทางเดียวกัน

โครงคิดง่าย ๆ ที่ใช้ได้กับทุกคน:

  • เลือก “แกนหลัก” 1 อย่าง (Attack หรือ Special หรือ Cast) ให้ชัด
  • เลือก “เครื่องมือเอาตัวรอด” 1–2 อย่าง (Dash / ลดดาเมจ / ป้องกัน)
  • เลือก “ตัวเสริม” ให้คอมโบสมบูรณ์ (Hermes, Chaos, Duo, Hammer)
  • ระหว่างทางให้ถามตัวเองเสมอว่า “บูนนี้ทำให้แกนเราดีขึ้นไหม?” ถ้าไม่—ต้องคุ้มจริง ๆ ถึงหยิบ

ประเภทของ Boons: จำให้เป็นหมวด แล้วเลือกง่ายขึ้นสิบเท่า

ในหนึ่งรัน คุณจะเจอ Boons หลายแบบ แต่ตำแหน่งหลัก ๆ ที่สำคัญคือ

Boons ประจำสกิลหลัก

  • Attack: โจมตีปกติของอาวุธ (ใช้บ่อยที่สุดในหลายบิลด์)
  • Special: โจมตีรอง/ท่าพิเศษของอาวุธ (หลายอาวุธแรงจาก Special มาก)
  • Cast: การยิง/ปล่อยลูกแก้วเลือด (Bloodstone) เพื่อทำดาเมจหรือคุมพื้นที่
  • Dash: บูนที่ผูกกับการแดช (สำคัญมาก เพราะแดชคือชีวิต)
  • Call: ท่า “อัญเชิญพลังเทพ” แบบเกจเต็ม (ใช้พลิกไฟต์บอสได้)

Boons เสริมระบบ

  • เพิ่มดาเมจตามเงื่อนไข (ศัตรูติดสถานะ/อยู่ใกล้/โดนผลัก)
  • เพิ่มความถึก (ลดดาเมจ/ฟื้นเลือด/เพิ่มเกราะ)
  • เพิ่มยูทิลิตี้ (เพิ่มระยะ/เพิ่มจำนวนฮิต/เพิ่มโอกาสคริต)
  • ปรับเศรษฐกิจ (เงินดรอป/ส่วนลด/รางวัลเพิ่ม)

ทริคจำง่าย: เลือกให้ครบ “ทำร้ายได้ + ไม่ตายง่าย + คอมโบทำงาน” แค่นี้รันจะนิ่งขึ้นมาก


เทพแต่ละองค์ “สายอะไร” กันแน่: ทำการบ้านครั้งเดียว ใช้ได้ทั้งชีวิต

ต่อไปนี้คือภาพรวมแบบเข้าใจง่าย—ไม่ใช่แค่บอกว่าเทพนี้แรง แต่บอกว่าแรง “เพราะอะไร” และเหมาะกับสถานการณ์ไหน

Zeus: สายฟ้าสายตีถี่ ยิ่งถี่ยิ่งมัน

  • จุดเด่น: สายฟ้าแตก/ช็อตต่อเนื่อง เหมาะกับการโจมตีหลายฮิต
  • เหมาะกับ: อาวุธตีรัว เช่น กำปั้น ปืน (บางบิลด์) หรืออาวุธที่ทำหลายฮิตต่อกด
  • สไตล์: “ฉันไม่ต้องตีแรง ฉันตีบ่อยพอ”

Poseidon: สายผลักกระเด็น คุมระยะ ชนกำแพงคือโบนัส

  • จุดเด่น: Knockback ทำให้ศัตรูปลิวออกจากชีวิตเรา
  • เหมาะกับ: ห้องแคบ ๆ และคนชอบคุมพื้นที่
  • สไตล์: “อย่ามายุ่งกับฉัน—ไปชนกำแพงซะ”

Athena: สายป้องกัน/สะท้อน มือใหม่รัก สายจริงจังก็รัก

  • จุดเด่น: Deflect ช่วยลดความผิดพลาดราคาแพง
  • เหมาะกับ: การผ่านครั้งแรก ไต่ Heat ช่วงที่ยังไม่ชัวร์
  • สไตล์: “ฉันไม่จำเป็นต้องพลาดน้อย ฉันแค่ต้องไม่พัง”

Ares: สายดาเมจต่อเนื่อง/คมมีด หม่น ๆ แต่โหด

  • จุดเด่น: Doom / Blade Rift ทำดาเมจหลังจากโดน หรือสร้างพายุคมมีด
  • เหมาะกับ: บิลด์ที่เข้า–ออกจังหวะ หรือบิลด์คุมพื้นที่
  • สไตล์: “ตีครั้งเดียวแล้วถอย—เดี๋ยวความเจ็บจะตามมาเอง”

Artemis: สายคริต ชอบความลุ้น ยิงโดนทีคือสะดุ้ง

  • จุดเด่น: Critical เพิ่มความพีคของดาเมจ
  • เหมาะกับ: อาวุธตีหนัก/ช็อตหนัก หรือบิลด์ที่อยากดาเมจพุ่ง
  • สไตล์: “ชีวิตต้องมีโมเมนต์ ‘ตู้ม!’ ให้หัวใจเต้นบ้าง”

Aphrodite: สายทำศัตรูอ่อนแรง (Weak) ปลอดภัยขึ้นเยอะ

  • จุดเด่น: ลดดาเมจศัตรู ทำให้เราถึกขึ้นแบบทางอ้อม
  • เหมาะกับ: มือใหม่ บิลด์ที่ต้องยืนใกล้ หรือไต่ Heat
  • สไตล์: “ไม่ต้องแรงสุด แค่ทำให้เขาตีเราเบาลงก็พอ”

Dionysus: สาย Hangover ค่อย ๆ ละลาย เหมาะกับตีรัว/หลายฮิต

  • จุดเด่น: ดาเมจสะสมจากสถานะ
  • เหมาะกับ: อาวุธตีถี่ หรือบิลด์ที่ต้องการดาเมจแบบชัวร์ ๆ
  • สไตล์: “ฉันไม่รีบ ฉันให้เธอละลายเอง”

Demeter: สายหน่วง/แช่เย็น คุมเกมด้วยความช้า

  • จุดเด่น: Chill ลดความเร็วศัตรู และบางบูนให้ดาเมจเสริม
  • เหมาะกับ: คนชอบคุมจังหวะ บิลด์ปลอดภัย
  • สไตล์: “ช้าลงหน่อย เดี๋ยวค่อยตายอย่างมีระเบียบ”

Hermes: สายสปีด/ยูทิลิตี้ ตัวเสริมที่ทำให้บิลด์ลื่นขึ้น

  • จุดเด่น: เพิ่มความเร็วโจมตี/แดช/เคลื่อนที่/ลดคูลดาวน์
  • เหมาะกับ: ทุกบิลด์ เพราะความลื่นคือความรอด
  • สไตล์: “ไม่ต้องเท่ที่สุด แค่เร็วพอแล้วโลกจะใจดีขึ้น”

Chaos: สายแลกของ สั้น ๆ คือ “เจ็บก่อน รวยทีหลัง”

  • จุดเด่น: ให้โบนัสแรงมาก แต่มีคำสาปชั่วคราว
  • เหมาะกับ: คนที่พอคุมเกมได้แล้ว อยากให้รันพุ่ง
  • สไตล์: “ฉันยอมเสียเลือดวันนี้ เพื่อชนะพรุ่งนี้ (หรือชนะในอีก 4 ห้อง)”

“แกนบิลด์” เลือกยังไง: Attack / Special / Cast ควรเริ่มจากอะไร

วิธีง่ายที่สุดคือดูอาวุธของคุณก่อน แล้วถามว่า “เรากดอะไรบ่อยสุด และอะไรคือแหล่งดาเมจหลักจริง ๆ”

ถ้าคุณตีปกติบ่อย (Attack-centric)

  • เลือกเทพที่เข้ากับ “ความถี่” หรือ “ช็อตหนัก”
  • ตีถี่: Zeus / Dionysus
  • ตีหนัก: Artemis / Aphrodite (ช่วยให้เสถียร) / Ares (Doom แบบเข้า–ออก)

ถ้าท่าพิเศษคือพระเอก (Special-centric)

  • หลายอาวุธ Special มีพื้นที่/ระเบิด/กระจาย เหมาะกับ Poseidon, Ares, Dionysus (ตามรูปแบบ)
  • Special บางแบบตีหนักมาก เหมาะกับ Artemis (ลุ้นคริต) หรือ Aphrodite (ดาเมจฐานสูง + ลดความเสี่ยง)

ถ้าคุณอยากเล่นสาย Cast (Cast-centric)

  • Cast เป็นบิลด์ที่ “ฉลาด” และพาไต่ Heat ได้ดี
  • มักต้องพึ่ง: Mirror ที่เสริม Cast + บูนเฉพาะทาง + จังหวะคุมระยะ
  • ข้อดี: บอสไฟต์ง่ายขึ้นเพราะมีดาเมจตอนถอย

ข้อผิดพลาดยอดฮิต: เริ่มรันแล้วไม่เลือกแกน พอเจอบูนดี ๆ ก็ลังเล สุดท้ายหยิบทุกอย่างแล้วคอมโบไม่ทำงาน


บูนที่มือใหม่ “ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ” เพราะมันกันพังได้จริง

การผ่านให้เสถียรไม่ใช่มีแต่ดาเมจ แต่คือ “พลาดแล้วไม่แตกทันที” ต่อไปนี้คือหมวดบูนที่ช่วยชีวิตบ่อยมาก

บูนสาย Dash ที่ทำให้คุณรู้สึกเหมือนมีเกราะล่องหน

  • Dash ที่ช่วยกัน/สะท้อน/ลดความเสี่ยง
  • Dash ที่ทำดาเมจพร้อมคุมระยะ (บางสายช่วยเคลียร์ฝูงได้ดี)

บูนลดดาเมจ/เพิ่มความถึก

  • ลดดาเมจจากศัตรูติดสถานะ
  • ทำให้ศัตรูติด Weak
  • เพิ่ม HP หรือฟื้นฟูแบบมีเงื่อนไข

ยูทิลิตี้จาก Hermes

  • เพิ่มจำนวน Dash หรือทำให้ Dash ฟื้นเร็ว (บางแบบ)
  • เพิ่มความเร็วโจมตีสำหรับบิลด์ตีถี่
  • เพิ่มความเร็วเคลื่อนที่ช่วยหลบกับดักและคุมระยะ

ทริค: ถ้ารันของคุณเริ่มแรงแล้ว ให้เสริมเอาตัวรอด 1–2 ชิ้น แล้วรันจะนิ่งขึ้นแบบรู้สึกได้


🍃Duo Boon และ Legendary: ของ “ระดับพลิกเกม” ที่ไม่ได้มีไว้โชว์

Duo Boon คืออะไร

Duo Boon คือบูนพิเศษที่เกิดจาก “เทพสององค์ทำงานร่วมกัน” โดยปกติจะต้องมีบูนพื้นฐานจากทั้งสององค์ก่อน เกมถึงจะสุ่มให้เห็น Duo

Legendary คืออะไร

Legendary คือบูนสุดพิเศษของเทพองค์นั้น ๆ เงื่อนไขมักเข้มกว่าบูนทั่วไป แต่ถ้าได้แล้วบางอันเปลี่ยนทั้งบิลด์

วิธีเพิ่มโอกาสเจอ Duo/Legendary แบบเป็นระบบ

  • อย่ากระจายเทพเยอะเกินไป (ยิ่งเจอเทพหลากหลาย โอกาส “เข้าเงื่อนไข” จะกระจาย)
  • เลือก Keepsake เพื่อ “ล็อกเทพ” ที่อยากปั้น
  • มองหาบูน prerequisite (บูนที่เป็นเงื่อนไขนำทาง) ถ้าเห็นแล้วเข้ากับสาย ให้รีบเก็บ
  • ใช้การรีโรล (ถ้ามี) แบบมีเป้าหมาย ไม่ใช่รีเพราะหงุดหงิด

มุมคิด: Duo/Legendary ไม่ใช่เรื่องดวงล้วน ๆ มันคือการวางเงื่อนไขให้เกมสุ่ม “เข้าทางเรา”


ปั้นบิลด์แบบมือโปร: สูตร “3 ชั้น” ที่ทำให้รันชนะมากขึ้น

ลองใช้สูตรนี้กับทุกอาวุธ แล้วคุณจะเริ่มเห็นว่า Boons ไม่ได้ยากอย่างที่คิด

ชั้นที่ 1: Core (แกนดาเมจ)

เลือก 1 จุด: Attack หรือ Special หรือ Cast ให้ชัด
แล้วเติมบูนที่ทำให้แกนนั้น “เด่น” เช่น เพิ่มดาเมจ เพิ่มฮิต เพิ่มคริต เพิ่มสถานะ

ชั้นที่ 2: Engine (เครื่องทำงาน)

คือสิ่งที่ทำให้แกนทำงานได้ลื่น เช่น

  • Hermes เพิ่มความเร็ว/แดช
  • Hammer ปรับรูปแบบโจมตีให้เข้าทาง
  • Chaos เพิ่มดาเมจ/เพิ่มฮิต/เพิ่มทรัพยากร
  • บูนซัพพอร์ตที่ทำให้คอมโบติดง่าย

ชั้นที่ 3: Safety (กันพัง)

เลือกอย่างน้อย 1–2 ชิ้น

  • บูนลดดาเมจ
  • บูนเอาตัวรอดในบอสไฟต์
  • บูนฟื้นฟู/เพิ่ม HP
  • หรือบูน Dash ที่ช่วยหลบ/สะท้อน

ท่องไว้: แรงอย่างเดียวไม่พอ ถ้าพลาดแล้วแตก คุณจะไม่เห็นปลายทางของคอมโบตัวเอง


บูนกับอาวุธ: ซินเนอร์ยีที่ควรรู้ (เพื่อหยิบแล้วคุ้ม)

หัวข้อนี้จะช่วยให้คุณเลิกหยิบบูนแบบ “ดูแล้วเท่” แล้วมาเป็น “ดูแล้วชนะ”

ดาบ (Stygius)

  • ถ้าเล่นตีปกติ: Artemis/Aphrodite ช่วยดาเมจชัด, Athena ช่วยกันพลาด
  • ถ้าเล่น Special หนัก ๆ: Poseidon คุมระยะดี, Ares ทำดาเมจตามหลังได้

หอก (Varatha)

  • ระยะดี เหมาะกับบูนที่ทำให้ตีชัวร์และคุมพื้นที่
  • Poseidon ทำให้คุมระยะยิ่งง่าย
  • Artemis ช่วยทำช็อตหนักให้มีลุ้นพุ่ง

โล่ (Aegis)

  • เป็นอาวุธสาย “เล่นเซฟแล้วสวน”
  • Athena คู่แท้ (โดยธรรมชาติ) แต่ก็ไม่จำเป็นต้องล็อก
  • Poseidon ช่วยผลักศัตรูให้ออกจากวงรุม
  • Dionysus ช่วยทำดาเมจสะสมเวลาคุณถอยมาตั้งหลัก

ธนู (Coronacht)

  • ชอบบูนที่ช่วย “ช็อตหนัก” หรือ “คุมระยะ”
  • Artemis มักเข้ากันดีเพราะคริต
  • Aphrodite ดาเมจฐานสูง + ทำศัตรูอ่อนแรง เหมาะกับยืนยิงอย่างมีสติ

กำปั้น (Twin Fists)

  • บิลด์ตีถี่: Zeus/Dionysus คือคู่หูสายปาร์ตี้
  • ต้องมี Safety เพราะคุณอยู่ใกล้ศัตรูเสมอ
  • Hermes สำคัญมาก เพราะความเร็วคือชีวิต

ปืน (Exagryph)

  • เหมาะกับบูนที่ช่วยคุมพื้นที่/ยิงต่อเนื่อง
  • Zeus สำหรับดาเมจจากฮิตถี่
  • Poseidon ช่วยผลัก/คุมพื้นที่บางสถานการณ์
  • Safety สำคัญเพราะคุณอาจเผลอยืนรีโหลด/ยืนยิงนาน

Hammer, Pom, และความหายาก: ทำไมบางรัน “ดูเหมือนดวงดี” ทั้งที่มันคือการเลือก

Daedalus Hammer: ตัวเปลี่ยนรูปแบบอาวุธ

Hammer เป็นหนึ่งในของที่เปลี่ยนเกมมากที่สุด เพราะมันเปลี่ยน “วิธีเล่นอาวุธ” ไม่ใช่แค่เพิ่มตัวเลข

แนวคิดการเลือก Hammer:

  • เลือกแบบที่เข้ากับแกนของคุณ (ถ้าแกน Attack อย่าเลือก Hammer ที่ทำให้ Attack ใช้ยากขึ้น)
  • ถ้า Hammer ทำให้สไตล์คุณช้าลง/เสี่ยงขึ้น ให้ชดเชยด้วย Safety

Pom of Power: อัปเกรดที่ต้องมีเป้าหมาย

Pom เพิ่มเลเวลบูน แต่ถ้าคุณอัปไปทั่ว ๆ จะไม่เห็นผลชัด
สูตรง่าย:

  • อัป Core ก่อน (Attack/Special/Cast ที่เป็นแกน)
  • อัปบูนที่เพิ่มดาเมจโดยตรง
  • หลังจากนั้นค่อยอัป Safety ถ้าจำเป็น

ความหายาก (Rarity)

บูนที่หายากกว่า = ตัวเลขดีกว่า แต่ไม่ใช่ว่าทุก Rare จะดีกว่า Common ที่เข้ากับบิลด์
คำคมแบบไวไว: “บูนธรรมดาที่เข้าทาง ดีกว่าบูนเทพ ๆ ที่หลงทาง”


ตารางสรุป: เลือกเทพให้เข้ากับสไตล์ แบบดูครั้งเดียวพอ

เทพจุดเด่นเหมาะกับเหมาะกับอาวุธ/สไตล์
Zeusดาเมจจากฮิตถี่บิลด์ตีรัวกำปั้น/ปืน/อาวุธฮิตถี่
PoseidonKnockback คุมระยะคุมฝูง/กันรุมโล่/หอก/บิลด์คุมพื้นที่
AthenaDeflect กันพลาดมือใหม่/ไต่ Heatทุกอาวุธ โดยเฉพาะสายใกล้
AresDoom/Blade Riftเข้า–ออก/คุมพื้นที่ดาบ/โล่/บิลด์ทำดาเมจตามหลัง
Artemisคริต ดาเมจพุ่งช็อตหนัก/บอสไฟต์ธนู/ดาบ/หอก/ช็อตหนัก
AphroditeWeak ลดความเสี่ยงปลอดภัย/ยืนใกล้กำปั้น/ดาบ/ทุกสายที่อยากนิ่ง
DionysusHangover สะสมตีถี่/ดาเมจชัวร์กำปั้น/ปืน/บิลด์กดดันระยะยาว
DemeterChill หน่วงเกมคุมจังหวะบิลด์ปลอดภัย/คุมพื้นที่
Hermesความเร็ว/ยูทิลิตี้ทุกบิลด์เสริมความลื่นและการเอาตัวรอด
Chaosแลกเจ็บเพื่อบัฟคนคุมเกมได้แล้วบิลด์ที่อยากพุ่งแรงช่วงกลาง–ท้าย

ตัวอย่าง “โครงบิลด์” ที่ทำได้จริง: ไม่ต้องรอของเทพก็เล่นสนุกได้

ด้านล่างคือโครงบิลด์ที่คุณเอาไปใช้เป็น “แผนที่” ได้ ไม่ใช่สูตรตายตัว แต่เป็นแนวทางให้คุณรู้ว่าจะเลือกอะไรต่อ

โครงบิลด์ตีถี่: ฟ้าผ่า/สถานะสะสม

  • Core: Attack หรือ Special ที่ตีถี่ (Zeus หรือ Dionysus)
  • Engine: Hermes เพิ่มความเร็ว/แดช + Pom อัป Core
  • Safety: Aphrodite (Weak) หรือ Athena (Deflect) อย่างน้อย 1 จุด
  • วิธีเล่น: ตีให้ถี่ คุมระยะด้วย Dash อย่ายืนแลกนานเกินไป

โครงบิลด์ช็อตหนัก: คริตแบบใจสั่น

  • Core: Artemis (คริต) กับสกิลที่ช็อตหนัก
  • Engine: Hammer ที่เพิ่มพลังช็อต/ทำให้ช็อตเข้าเป้าง่ายขึ้น
  • Safety: Aphrodite หรือ Athena เพราะบอสไฟต์ช็อตหนักมักต้องยืนจังหวะ
  • วิธีเล่น: เข้า–ออกเป็นจังหวะ รอช็อตที่ “ปลอดภัย” แล้วค่อยปล่อยของ

โครงบิลด์คุมระยะ: ผลักชนกำแพง

  • Core: Poseidon กับสกิลที่ผลักง่าย
  • Engine: บูนเสริมดาเมจจาก Knockback/ชนกำแพง + Hermes เพิ่มความเร็วเคลื่อนที่
  • Safety: เพิ่มเลือด/ลดดาเมจ เพราะบางห้องศัตรูเยอะมาก
  • วิธีเล่น: เล่นเหมือนเป็นเจ้าของห้อง—ศัตรูต้องอยู่ที่เราอนุญาตเท่านั้น

โครงบิลด์คุมพื้นที่: ใบมีด/ดาเมจตามหลัง

  • Core: Ares (Doom หรือ Blade Rift)
  • Engine: บูนเพิ่มดาเมจต่อเนื่อง/เพิ่มพื้นที่/เพิ่มเวลาคงอยู่
  • Safety: Athena ช่วยกันพลาดตอนยืนคุมพื้นที่
  • วิธีเล่น: วางดาเมจแล้วถอย อย่าพยายามบู๊ทุกจังหวะ

เทคนิค “คัดเทพ” ให้บิลด์ไม่เละ: ทำยังไงไม่ให้รันกลายเป็นบุฟเฟต์

สิ่งที่ทำให้ Boons ในเกม Hades ดูยาก คือคนส่วนใหญ่เจอเทพหลายองค์แล้วใจอ่อน อยากคบทุกคน (เหมือนซากรีอุสบางช่วง…อะแฮ่ม)

วิธีคุมเทพที่คุณเจอ:

  • ถ้าคุณเริ่มมีแกนแล้ว ให้พยายามวนเจอเทพเดิม 2–3 องค์เป็นหลัก
  • เลือก Keepsake เพื่อเรียกเทพที่ต้องการตั้งแต่ต้น/กลางรัน
  • ถ้าเจอเทพที่ไม่เข้าทาง ให้เลือกบูนประเภท Safety/ยูทิลิตี้แทนบูนแกน (อย่างน้อยก็ไม่ทำลายทิศทาง)
  • ระวังบูนที่ “แย่งช่อง” ของแกนคุณ เช่น ถ้า Attack คือแกน อย่าไปเปลี่ยน Attack กลางทางแบบไม่มีเหตุผลหนักแน่น

Mid-game จริง ๆ แล้วสำคัญสุด: ช่วงที่คนเล่นเก่งแยกจากคนเล่นมั่ว

ช่วงต้น (Tartarus) คุณยังพลาดได้เพราะศัตรูไม่โหดมาก
ช่วงท้าย (Styx) คุณต้องพร้อม
แต่ “ช่วงกลาง” (Asphodel/Elysium) คือช่วงที่บิลด์ของคุณต้องเริ่มทำงาน และต้องเริ่มมีแผน “ห้องยาก” กับ “บอส”

สิ่งที่ควรมีเมื่อเข้าสู่ Elysium:

  • แกนดาเมจชัดเจน 1 อย่าง
  • Safety อย่างน้อย 1 อย่าง
  • มีวิธีเคลียร์ฝูง (AoE หรือคุมพื้นที่) อย่างน้อย 1 อย่าง
  • Pom ถูกเทให้แกน ไม่ใช่กระจาย

ถ้าคุณเข้าช่วงกลางแล้วยัง “ลังเลว่าเราจะเล่นสายไหน” โอกาสรันแตกจะสูงมาก


สลับอารมณ์ได้ แต่บิลด์ต้องไม่หลุดธีม

บางวันเราก็อยากพักจากการปั้นบิลด์จริงจัง แล้วไปหาความตื่นเต้นแนวอื่นแบบไว ๆ ถ้าคุณเป็นสายเปลี่ยนโหมดไว จะลองแวะ สมัคร UFABET ก็ได้ตามจังหวะชีวิต แต่พอกลับมาที่ Hades อย่าลืมกฎทอง: “เลือกแกนก่อน แล้วค่อยเติม” บิลด์จะไม่หลุดธีมและคุณจะไม่หัวร้อนกับความสุ่มง่าย ๆ


ความผิดพลาดยอดฮิตเรื่อง Boons (และวิธีแก้แบบไม่ต้องไปบวช)

หยิบบูนเพราะ “สีสวย” ไม่ใช่เพราะ “เข้าทาง”

วิธีแก้: ถามตัวเองก่อนทุกครั้งว่า “มันทำให้แกนเราแรงขึ้นไหม” ถ้าไม่—อย่างน้อยต้องช่วยเอาตัวรอดหรือช่วยคุมเกม

เปลี่ยนแกนกลางทางเพราะเจอ Rare/Legendary

วิธีแก้: ของหายากน่าเก็บก็จริง แต่ถ้าทำให้บิลด์เละ มันจะกลายเป็น Rare ที่พาไป Rarely Win (ชนะน้อย)

ไม่อัป Pom ให้แกน

วิธีแก้: เลือก 1–2 บูนเป็น “ตัวโปรด” แล้วเท Pom ให้มัน จนดาเมจรู้สึกได้ชัดเจน

ไม่มี Safety เลย

วิธีแก้: ใส่ Safety อย่างน้อย 1 อย่างเสมอ โดยเฉพาะถ้าคุณเล่นอาวุธระยะใกล้

รับ Chaos ตอนยังคุมเกมไม่ได้

วิธีแก้: Chaos ดีมาก แต่คำสาปช่วงต้นทำให้รันพังได้ ถ้าคุณยังพลาดบ่อย ให้รอจนคุณเริ่มนิ่งก่อนค่อยคบหา


เทคนิคขั้นสูง: ทำให้ Boons “คุยกันรู้เรื่อง” ด้วยสถานะ (Status) และคอมโบ

หลายบิลด์แรงขึ้นมากเพราะ “สถานะ” ทำงานร่วมกัน เช่น ติด Weak + ติด Hangover / Chill + ติด Doom ฯลฯ

แนวคิด:

  • สร้างสถานะอย่างน้อย 2 แบบให้ติดได้ง่าย
  • เมื่อสถานะติดชัวร์ ดาเมจรวมจะนิ่งขึ้นมาก
  • บอสไฟต์จะง่ายขึ้น เพราะคุณไม่ต้องพึ่งช็อตเดียวปาฏิหาริย์

ถ้าคุณอยากไต่ระดับหรืออยากผ่านแบบเสถียร สถานะคือเพื่อนรัก ไม่ใช่ของแถม


เช็กลิสต์ก่อนเข้าบอส: ดู 30 วินาที ช่วยชีวิต 30 นาที

ก่อนเข้าห้องบอส ลองเช็กสั้น ๆ:

  • แกนดาเมจเราอยู่ที่ Attack/Special/Cast อะไร?
  • Pom เทให้แกนแล้วหรือยัง?
  • เรามี Safety อย่างน้อย 1 อย่างไหม?
  • มีวิธีเคลียร์ฝูง/คุมพื้นที่ไหม? (บางบอสมีลูกน้อง/มีจังหวะกดดัน)
  • Call พร้อมใช้เป็น “ปุ่มฉุกเฉิน” หรือยัง?

คำพูดติดปากที่ช่วยได้มาก: “ฉันไม่ต้องสู้เร็ว ฉันต้องสู้ให้รอด”


FAQ คำถามยอดฮิตเรื่อง Boons ในเกม Hades

Boons ในเกม Hades ควรโฟกัสเทพกี่องค์ต่อรัน?

โดยทั่วไป 2–3 องค์หลักกำลังดี จะทำให้คอมโบชัดและมีโอกาสเข้าเงื่อนไข Duo/Legendary มากขึ้น ถ้าเยอะเกินไปบิลด์จะกระจาย

มือใหม่ควรเริ่มจากเทพองค์ไหนให้รันนิ่ง?

Athena และ Aphrodite ช่วยให้รันนิ่งมาก เพราะลดความผิดพลาดราคาแพง ทำให้คุณเรียนรู้ห้องและบอสได้ยาวขึ้น

ทำไมบางรันดาเมจดูไม่ขึ้น ทั้งที่หยิบบูนเยอะ?

เพราะคุณอาจกระจาย Pom และไม่มีแกนชัด ลองเลือก 1–2 บูนเป็นตัวหลัก แล้วเท Pom ให้ รวมถึงเสริม Hermes/Hammer ให้บิลด์ทำงาน

Duo Boon ต้องทำยังไงถึงเจอบ่อยขึ้น?

ต้องมีบูนจากเทพสององค์ที่เป็นคู่กันก่อน และควรคุมจำนวนเทพให้ไม่กระจาย ใช้ Keepsake ช่วยล็อกเทพ และเก็บบูน prerequisite ถ้าเห็นแล้วเข้าทาง

Cast จำเป็นไหม หรือเล่นไม่ใช้ได้?

เล่นไม่ใช้ก็ได้ แต่ถ้าใช้เป็นจะช่วยมาก โดยเฉพาะตอนบอส เพราะคุณมีดาเมจตอนถอยและคุมพื้นที่ได้ดีขึ้น

Hermes สำคัญแค่ไหน?

สำคัญมากในหลายบิลด์ เพราะความเร็วโจมตี/แดช/เคลื่อนที่ทำให้คุณทั้งรอดขึ้นและทำดาเมจได้ต่อเนื่องขึ้น เรียกว่า “ทำให้บิลด์ลื่น” ซึ่งลื่น = รอด

ควรรับ Chaos ไหมสำหรับมือใหม่?

รับได้ถ้าคุณเริ่มคุมเกมและอ่านห้องได้แล้ว แต่ถ้ายังพลาดบ่อย คำสาปชั่วคราวอาจทำให้รันพังง่าย รอให้ชัวร์ขึ้นอีกนิดแล้วค่อยคบ


ปั้นบิลด์ให้เป็น แล้วการตายจะกลายเป็นบทเรียนที่คุ้มขึ้น

สุดท้ายแล้ว Boons ในเกม Hades ไม่ได้มีไว้ให้เราหวังดวงอย่างเดียว แต่มันคือเครื่องมือให้เรา “ออกแบบรันของตัวเอง” เลือกแกนให้ชัด เติมเครื่องยนต์ให้ลื่น ใส่ Safety ให้กันพัง แล้วค่อยลุ้น Duo/Legendary เป็นของหวานท้ายมื้อ เมื่อคุณเริ่มคิดแบบนี้ คุณจะรู้สึกว่าเกมแฟร์ขึ้นมาก—ไม่ใช่เพราะศัตรูอ่อนลง แต่เพราะคุณคุมทิศทางได้มากขึ้น

ถ้าคุณอยากเริ่มง่าย ๆ รอบหน้าให้ลองตั้งเป้าว่า “วันนี้ฉันจะเลือกแกนให้ชัดตั้งแต่ Tartarus” แค่นั้นก็เห็นความต่างแล้ว และถ้าวันไหนอยากสลับอารมณ์ไปหาความตื่นเต้นแบบอีกแนวหนึ่งก่อนกลับมาปั้นบิลด์ต่อ ก็แวะ ทางเข้า UFABET ล่าสุด ได้ตามสไตล์ แต่ไม่ว่าอย่างไร ขอให้จำไว้ว่า Boons ในเกม Hades จะเก่งกาจที่สุดก็ต่อเมื่อคุณเลือกมันด้วยความตั้งใจ—แล้วคุณจะหนีออกจากนรกได้แบบไม่ต้องพึ่ง “ความบังเอิญ” มากเท่าเดิม ❤️