เกม Hades เป็นเกมที่สอนเราอย่างอ่อนโยนว่า “ความพ่ายแพ้ไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นการเก็บประสบการณ์แบบเจ็บ ๆ” เพราะทุกครั้งที่เราตาย เราจะกลับบ้าน(นรก)พร้อมความรู้ใหม่ เงินใหม่ ของใหม่ และความแค้นใหม่แบบอัปเกรด—นี่แหละเสน่ห์ที่ทำให้คนจำนวนมากเล่นแล้ววางไม่ลง ถ้าคุณกำลังหาเกมที่แอ็กชันแน่น เนื้อเรื่องมีเสน่ห์ งานภาพ–เสียงลื่นไหล และระบบไต่ระดับที่ทำให้รู้สึกว่าตัวเองเก่งขึ้นจริง ๆ บอกเลยว่า “ทางเข้า UFABET ล่าสุด” แบบไม่ต้องยืนงงหน้าประตูนรกนาน

เกมนี้เล่าเรื่องของ ซากรีอุส (Zagreus) ลูกชายแห่งฮาเดส ที่อยากหนีออกจากยมโลกไปตามหาความจริงและอิสระ—แต่การหนีออกจากนรกนี่มันไม่ใช่แค่ “เดินออกประตูหน้า” นะครับ มันคือการฝ่าด่านแบบโร้กไลก์ (Roguelike) ที่สุ่มห้อง สุ่มบูน สุ่มสถานการณ์ และสุ่มความหัวร้อนของเราเองในแต่ละรัน
ทำไมเกม Hades ถึง “ตายแล้วติด” ทั้งที่เราก็ตายบ่อยมาก
ถ้าจะให้สรุปสั้น ๆ (แต่ไม่สั้นเกิน เดี๋ยวเกมงอน) เกมนี้เก่งมากใน 3 เรื่องหลัก
ความรู้สึกการต่อสู้ที่ “แน่นมือ”
การโจมตี หลบ (Dash) คอมโบ การอ่านท่า การจัดระยะ ทุกอย่างคมและชัด คุณจะรู้สึกว่าตายเพราะพลาดจริง ไม่ใช่เพราะเกมโกงแบบ “โดนลมเฉย ๆ แล้วเลือดหาย”
ความก้าวหน้าที่ชัดเจน แม้รันนั้นจะพัง
ตายกลับบ้าน = ได้ของไปอัปเกรด (เช่น Mirror, Contractor, Keepsake, ระบบความสัมพันธ์) ทำให้การตายไม่ใช่เสียเวลา แต่เป็นการลงทุน (ลงทุนด้วยเลือดตัวเองนี่แหละ)
เนื้อเรื่องและบทสนทนาที่ “มีชีวิต”
ตัวละครพูดเก่ง พูดดี พูดจนเราเริ่มรู้สึกว่าบ้านนรกนี่ก็อบอุ่นเหมือนกันนะ… (อุ่นแบบเตาเผา)
ภาพรวมระบบการเล่น: Roguelike ที่ไม่ทำให้มือใหม่ร้องไห้กลางห้อง
โครงสร้างของเกม Hades คือการ “วิ่งรัน” ผ่านห้องต่อสู้ทีละห้อง เก็บรางวัล เลือกอัปเกรด แล้วไปบอสของแต่ละไบโอม (พื้นที่)
ไบโอมหลัก ๆ ที่คุณจะเจอ
- Tartarus: เริ่มเรียนรู้ระบบ โดนตบเบา ๆ ให้รู้สึกตัว
- Asphodel: ลาวาเยอะ ชวนให้เราแดชพลาดแล้วร้อง “โอ๊ย!” แบบมีจังหวะ
- Elysium: สวย แต่ใจร้าย ศัตรูมีลูกเล่น แถมบอสก็ชอบเล่นใหญ่
- Styx: ทางแยกเยอะ พื้นที่แคบ เหมือนทดสอบว่า “จำคอมโบตัวเองได้ไหม”
ทุกครั้งที่เริ่มรันใหม่ ห้องจะสุ่ม บูน (Boons) จะสุ่ม ทำให้ไม่มีรันไหนเหมือนเดิม แต่สิ่งที่ “เหมือนเดิมแน่ ๆ” คือความตั้งใจของเราที่อยากผ่านให้ได้สักที
ระบบอาวุธ: เลือกให้ถูกมือ ชีวิตจะไม่ขมเท่าลาวา
เกมนี้มีอาวุธหลักหลายแบบ (แต่ละแบบมีสไตล์ของตัวเอง) เช่น
- ดาบ (Stygius): สมดุล เล่นง่าย เรียนรู้ระบบได้ดี
- หอก (Varatha): ระยะกลาง คุมพื้นที่ดี เหมาะกับคนชอบยืน “พอดี ๆ”
- โล่ (Aegis): กัน–ปะทะ เล่นเซฟได้ แต่ก็ทำดาเมจได้จัด
- ธนู (Coronacht): ยิงไกล เน้นจังหวะ ชอบความนิ่ง ๆ แต่จริง ๆ ต้องนิ่งแบบมีแผน
- กำปั้น (Twin Fists): บู๊แหลก เร็วมาก เหมาะกับคนที่แดชจนคีย์บอร์ดเริ่มกลัวเรา
- ปืน (Exagryph): ยิงรัว วางระเบิด คุมพื้นที่ เหมาะกับคนชอบจัดการศัตรูเป็นกลุ่ม
ทริคมือใหม่: เลือกอาวุธที่ทำให้คุณ “อ่านเกมได้ก่อน” ไม่ใช่อาวุธที่ทำให้คุณ “วิ่งมั่วแล้วหวังว่าจะรอด” เพราะเกมนี้ให้รางวัลกับคนที่เริ่มรู้ว่าอะไรควรทำก่อน–หลังมากกว่า
Boons (บูน) คือหัวใจของคอมโบ: ชีวิตจะดีหรือพังอยู่ที่การเลือก
บูนคือพลังจากเหล่าเทพบนโอลิมปัส เช่น Zeus, Athena, Ares, Poseidon, Artemis, Dionysus, Aphrodite, Demeter ฯลฯ
แต่ละเทพมีคาแรกเตอร์ของบูน เช่น
- Zeus: สายสายฟ้า แตกกระจาย เหมาะกับตีรัว
- Athena: สะท้อน/กัน เหมาะกับเล่นปลอดภัย
- Ares: ดีบัฟดาเมจต่อเนื่อง (Doom/Blade)
- Poseidon: กระเด็น คุมระยะ สนุกแบบไล่ศัตรูไปชนกำแพง
- Artemis: คริติคอล ยิงแรง เสี่ยงน้อยแต่ลุ้นมาก
- Dionysus: Hangover ค่อย ๆ ดูเลือดศัตรูละลาย
- Aphrodite: ทำให้ศัตรูอ่อนแรง (Weak) เล่นง่ายขึ้นเยอะ
- Demeter: หน่วง ช้า คุมพื้นที่
เลือกบูนยังไงไม่ให้รันนั้น “หลุดธีม”
- ถ้าคุณเริ่มจากบูนสายโจมตีหลักแล้ว (เช่น Attack เป็น Zeus) ให้เลือกซัพพอร์ตที่เสริมกัน เช่น เพิ่มความเร็วโจมตี/เพิ่มจำนวนฮิต/เพิ่มดาเมจตามสถานะ
- อย่ารีบเก็บทุกอย่างที่ดูแรง แต่ให้ถามตัวเองว่า “มันทำงานกับอาวุธและสไตล์เราหรือเปล่า”
ระบบ Mirror of Night: อัปเกรดถาวรที่ทำให้คุณจาก “ตายง่าย” เป็น “ตายยากขึ้นนิดนึง”
Mirror คือที่คุณใช้ทรัพยากรเพื่ออัปเกรดความสามารถแบบถาวร เช่น
- เพิ่มเลือด
- เพิ่มดาเมจจากหลัง
- เพิ่มจำนวนแดช
- เพิ่มโอกาสคริต
- เพิ่มการดรอปของ
- เพิ่มความแรงของ Cast
- เพิ่ม Death Defiance (ตายแล้วฟื้น)
คำแนะนำ: อัป Death Defiance ก่อนเสมอ เพราะมันคือ “ประกันชีวิตฉบับยมโลก” ที่คุ้มกว่าอะไรทั้งหมดในช่วงต้น
Keepsake และความสัมพันธ์: ของติดตัวที่เปลี่ยนเกมได้จริง
Keepsake (ของที่ตัวละครให้เรา) ช่วยกำหนดแนวทางรันได้
- บางอันเพิ่มดาเมจ
- บางอันเพิ่มความถึก
- บางอันช่วยให้เจอเทพที่ต้องการง่ายขึ้น
- บางอันช่วยให้ผ่านช่วงต้นแบบไม่เหนื่อยเกินไป
การคุยกับตัวละครและให้ของ (Nectar/ Ambrosia) ไม่ใช่แค่เพื่อความน่ารักนะ มันปลดล็อกเนื้อเรื่อง ระบบ และของที่มีผลจริงกับการเล่น
ตารางสรุป: เกม Hades เหมาะกับใคร และเด่นเรื่องไหน
| หัวข้อ | สรุปแบบชัด ๆ | เหมาะกับคนที่… |
|---|---|---|
| แนวเกม | Roguelike แอ็กชัน วิ่งรัน | ชอบเล่นซ้ำแต่ไม่เบื่อ |
| จุดเด่น | คอมแบตลื่น เนื้อเรื่องดี ระบบอัปเกรดแน่น | ชอบเกมที่ “เก่งขึ้นเพราะเรียนรู้” |
| ความยาก | ท้าทาย แต่ปรับได้และแฟร์ | ไม่กลัวตาย (ในเกม) |
| ความยาวความสนุก | เล่นได้ยาวมาก เพราะไต่ระดับ/ไต่ Heat | ชอบเกมที่มีระยะยาว |
| สไตล์ | เร็ว คม มีจังหวะ | ชอบเกมที่ใช้สกิลมากกว่าโชค |
วิธีเล่นให้ผ่านไวขึ้น: แนวคิดที่มือใหม่ควรจำ (ก่อนจำท่าบอส)
เน้น “อ่านห้อง” ไม่ใช่ “รีบตี”
ในหลายห้อง ศัตรูไม่ได้อันตรายเพราะมันแรง แต่เพราะมันเยอะและมีมุมกดดัน
- เข้าไปปุ๊บ อย่ากดสแปมก่อน ให้มองว่าตัวไหนเป็นตัวป่วน/ยิงไกล/วางกับดัก
- เก็บตัวป่วนก่อน เกมจะง่ายขึ้นทันที
Dash คืออวัยวะที่ 33 ของซากรีอุส
แต่ Dash แบบไม่คิด = พาตัวเองไปอยู่ในตำแหน่งที่โดนรุม
Dash แบบมีแผน = โดนตีแล้วไม่เจ็บ (หรืออย่างน้อยก็เจ็บน้อยลง)
อย่าลืมใช้ Cast
มือใหม่หลายคนลืม Cast เพราะมัวแต่ตี ๆ ๆ แต่ Cast ใน Hades คือแหล่งดาเมจ/คอมโบ/คุมพื้นที่ชั้นดี โดยเฉพาะเมื่อเริ่มปลดล็อกอัปเกรดใน Mirror
ไต่ Heat แบบไม่พัง: จาก “ผ่านครั้งแรก” ไปสู่ “ผ่านแบบคนจริง”
หลังจากคุณเริ่มหนีสำเร็จ เกมจะเปิดระบบ Pact of Punishment หรือ “เพิ่มความโหด” (Heat) ให้คุณเลือกเงื่อนไข เช่น
- ศัตรูแรงขึ้น/เร็วขึ้น
- บอสมีท่าเพิ่ม
- เลือกบูนได้น้อยลง
- เวลาในห้องจำกัด
แนวคิดไต่ Heat อย่างปลอดภัย
- เพิ่ม Heat ทีละนิด ให้ร่างกายและสมองปรับตัว
- เริ่มจากเงื่อนไขที่ “ไม่ทำลายสไตล์การเล่น” ของคุณ เช่น เพิ่มเลือดศัตรูนิด ๆ อาจง่ายกว่าจำกัดเวลา ถ้าคุณเป็นสายชิล
- เลือก Keepsake ให้เหมาะกับเงื่อนไข ถ้ากดดันมาก ให้ใช้สายถึกก่อน
กลยุทธ์จัดบูนให้เป็น “สาย” จะเล่นสนุกขึ้นมาก
แทนที่จะเก็บบูนมั่ว ๆ ลองกำหนดธีม เช่น
- สายคริติคอล (Artemis เป็นแกน)
- สายสะท้อน/ปลอดภัย (Athena เป็นแกน)
- สายสถานะละลายเลือด (Dionysus/Ares/Demeter)
- สายชนกำแพง (Poseidon + ห้องแคบ ๆ คือความสุข)
- สายตีรัวฟ้าผ่า (Zeus + อาวุธฮิตถี่)
เกมจะกลายเป็น “การประกอบคอมโบ” มากกว่า “การหวังให้สุ่มออกของดี” และนั่นทำให้คุณเก่งขึ้นแบบจับต้องได้
จุดเล็ก ๆ ที่ทำให้เกมนี้มีเสน่ห์: บ้านนรกที่เหมือนคาเฟ่ (แต่มีอสูร)
การกลับมาที่ House of Hades หลังตายไม่ใช่การโดนด่าอย่างเดียว (ถึงส่วนใหญ่จะโดน) แต่มันคือช่วงพักหายใจ
- ได้คุยกับตัวละคร
- ได้ปลดล็อกเนื้อเรื่อง
- ได้อัปเกรด
- ได้รู้สึกว่า “โอเค รอบหน้าเอาใหม่”
นี่เป็นเหตุผลที่เกมนี้ทำให้การตายไม่ใช่การลงโทษ แต่เป็นวงจรของการพัฒนา
ถ้าอยากหาอะไรเล่นคั่นอารมณ์ หรืออยากลองความสนุกสายเดิมพันแบบพอดี ๆ
บางคนเล่นเกมหนัก ๆ แล้วอยากสลับโหมดสมองบ้าง ถ้าคุณเป็นสายชอบความบันเทิงหลายแนว จะเล่นเกมหรือจะแวะไปดูสีสันแบบ ยูฟ่าเบท ก็ถือเป็นอีกตัวเลือกที่ “คลิกเดียวจบ” สำหรับคนที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศ (แต่ยังรักความตื่นเต้นเหมือนเดิม)
ทริคเล็ก ๆ ที่คนมองข้าม แต่ช่วยให้ผ่านจริง
เก็บเงินให้เป็น
อย่าใช้เงินกับทุกอย่างทันที ถ้าอีกไม่กี่ห้องจะเข้าร้านใหญ่ การมีเงินก้อนจะช่วยให้ซื้อของสำคัญได้ เช่น
- เพิ่มเลือด
- เพิ่ม Death Defiance
- บูนระดับสูง
เลือกประตูรางวัลแบบมีเหตุผล
ถ้าคุณยังขาดบูนหลักของสายที่เล่น ให้โฟกัสหาประตูเทพที่ต้องการ
ถ้าคุณเริ่มเลือดน้อย ให้เลือกประตูเพิ่มเลือดก่อน
เกมนี้ชนะได้ด้วย “การวางแผนเล็ก ๆ หลายครั้ง” ไม่ใช่แค่คอมโบแรงครั้งเดียว
ฝึกกับ Skelly
อย่าคิดว่าเป็นแค่หุ่นซ้อมตี เขาคือ “ครูใจดี” ที่ไม่เคยบ่นแม้เราจะตีแรงแค่ไหน (เพราะเขาพูดบ่นก็ไม่ได้อยู่ดี)
FAQ คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับเกม Hades
เกม Hades เหมาะกับมือใหม่ที่ไม่เคยเล่น Roguelike ไหม?
เหมาะมาก เพราะระบบอัปเกรดถาวรช่วยให้คุณค่อย ๆ เก่งขึ้น และเกมออกแบบให้เรียนรู้จากความพลาดแบบไม่เสียเปล่า
เล่นแล้วตายบ่อยคือเรื่องปกติไหม?
ปกติระดับ “เกมตั้งใจให้เป็นแบบนั้น” เลยครับ ตายคือการเก็บข้อมูล และเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อเรื่องด้วย
อาวุธไหนเหมาะกับมือใหม่ที่สุด?
ดาบกับโล่มักเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะบาลานซ์และเล่นปลอดภัยได้ แต่สุดท้ายให้เลือกที่เข้ามือคุณที่สุด
Boons เทพไหนช่วยให้ผ่านง่ายขึ้น?
Athena และ Aphrodite มักช่วยให้เล่นง่ายขึ้นเพราะเพิ่มความปลอดภัย/ลดดาเมจ แต่ขึ้นอยู่กับสไตล์และอาวุธด้วย
ต้องฟาร์มของอะไรเป็นหลักช่วงต้น?
โฟกัสทรัพยากรที่ใช้ปลดล็อกและอัป Mirror ก่อน เพราะมันทำให้รันถัด ๆ ไปง่ายขึ้นแบบเห็นผล
Heat ควรเริ่มเมื่อไหร่?
เริ่มเมื่อคุณหนีสำเร็จครั้งแรกแล้ว จากนั้นค่อย ๆ เพิ่ม Heat ทีละนิด อย่ากระโดดทีเดียวจนกลายเป็น “หนีไม่พ้นประตูบ้านตัวเอง”
เนื้อเรื่องต้องอ่านไหม หรือกดข้ามได้?
กดข้ามได้…แต่จะพลาดของดี เพราะบทสนทนาและความสัมพันธ์คือหัวใจความอบอุ่นของเกมนี้ และยังปลดล็อกหลายอย่างด้วย
เกม Hades คือเกมที่ทำให้ “ความพ่ายแพ้” กลายเป็นความสนุก
เกม Hades ไม่ได้แค่ทำให้เราตื่นเต้นกับการต่อสู้ แต่มันทำให้เราชอบวงจรของการเรียนรู้—ล้มแล้วลุก ลองใหม่แล้วดีขึ้น ค่อย ๆ ต่อคอมโบให้เป็นตัวเอง จนวันหนึ่งคุณจะมองบอสแล้วพูดเบา ๆ ว่า “รอบนี้แหละ พี่เสร็จผม” (แล้วอีก 3 นาทีต่อมาก็ตาย…แต่ตายอย่างมีศักดิ์ศรีขึ้น!)
ถ้าคุณอยากเล่นให้สุด แนะนำให้ตั้งเป้าหมายเล็ก ๆ เช่น วันนี้ผ่านไบโอมแรกให้เนียนขึ้น พรุ่งนี้คุมการใช้ Dash ให้ดีขึ้น แล้วค่อยไปไต่ Heat แบบชิลแต่จริงจัง—เกมนี้ให้รางวัลกับความสม่ำเสมอเสมอ
และถ้าคุณเป็นสายชอบความตื่นเต้นหลายรูปแบบ อยากมีที่ไว้ “สลับโหมด” จากเกมไปสู่ความบันเทิงอีกแนว ลองแวะดู สมัคร UFABET ไว้เป็นตัวเลือกก็ได้ แต่ไม่ว่าเลือกทางไหน ขอให้วันนี้สนุกกับการเล่น และอย่าลืมว่าในโลกของ เกม Hades — ตายไม่ได้น่ากลัวเท่าตายแล้วไม่ยอมลองใหม่ ❤️